รื้อบ้านเดิม ต้องขออนุญาตด้วย !!

ลงเสาเข็มกับไม่ลงเสาเข็มแตกต่างกันอย่างไร

เสาเข็มกับงานต่อเติม

            การสร้างบ้านหรือสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆ จะต้องเริ่มจากการมีโครงสร้าง เช่น ฐานรากที่มั่นคง โดยฐานรากของสิ่งก่อสร้าง มีหน้าที่รองรับ และถ่ายเทน้ำหนักทั้งหมดลงบนเสาเข็ม นั่นแสดงว่าบ้านหรือสิ่งก่อสร้างสมัยใหม่จะต้องมีเสาเข็มที่ฝังลึกลงไปในดิน แต่ถ้าหากเราต่อเติมบ้านหรือสิ่งก่อสร้าง จำเป็นต้องใช้เสาเข็มหรือไม่ ก่อนอื่นเราต้องมารู้จักเสาเข็มกันก่อน

            เสาเข็ม ทำงานโดยรับน้ำหนักจากหัวเข็มด้านบน ลงไปยังปลายด้านล่าง แล้วถ่ายน้ำหนักต่อลงไปในชั้นดินแข็ง แต่จะมีแรงเสียดทานบางส่วนระหว่างพื้นผิวรอบเสาเข็มกับชั้นดิน ที่ช่วยพยุงเสาเข็มไว้ ซึ่งก็คือการช่วยพยุงน้ำหนักจากตัวสิ่งก่อสร้างไว้ไม่ให้เกิดการทรุดตัวนั่นเอง แต่แรงเสียดทานในส่วนนี้จะมีน้อยมาก จนแทบไม่มีนัยสำคัญใดๆ ในการรับน้ำหนัก

โดยปกติสำหรับการก่อสร้างอาคารตามหลักวิศวกรรม เราต้องลงเสาเข็มลงไปในดินให้ลึกถึงชั้นดินแข็ง โดยทั่วไปในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะอยู่ที่ความลึกประมาณ 22 เมตร แต่เสาเข็มที่ใช้ในงานต่อเติมทั่วไปจะอยู่ที่ 4-6 เมตร ซึ่งเท่ากับว่าความยาวของเสาเข็มไม่ได้ฝังลึกลงไปถึงชั้นดินแข็ง นั่นแสดงว่าเสาเข็มไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย หรืออาจจะมีแต่น้อยมากกับงานต่อเติมนี้  

จากข้อมูลข้างต้น ทำให้เราทราบว่าเสาเข็มแทบจะไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับงานต่อเติมเลย หากปลายของเสาเข็มยังอยู่ในชั้นดินอ่อน

ท่ามกลางสิ่งก่อสร้างเดิมที่มีการใช้เสาเข็มที่มีความยาวลึกลงไปถึงชั้นดินแข็ง ย่อมทำให้สิ่งต่อเติมเกิดการทรุดตัวแยกจากสิ่งก่อสร้างเดิมอย่างน่าตกใจ แต่ทั้งนี้ก็เป็นไปตามกลไกธรรมชาติ เพราะชั้นดินซึ่งไม่เคยรับน้ำหนักใดๆ มาก่อน เมื่อมีน้ำหนักของสิ่งก่อสร้างวางทับลงไป ย่อมทำให้เกิดการเซ็ตตัวใหม่ หรือตามภาษาทั่วไปใช้คำว่า”ทรุดตัว” นั่นเอง ซึ่งการทรุดตัวตามธรรมชาตินี้ เป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ 100% ทำได้เพียงสามารถควบคุมให้เกิดขึ้นน้อยที่สุดเท่านั้น อาคารก่อสร้างเดิม อาคารก่อสร้างใหม่ ที่แม้จะมีความยาวเสาเข็มบนระดับชั้นดินเดียวกัน แต่การทรุดตัวกลับต่างกัน และแน่นอนอาคารก่อสร้างใดๆ ที่มีความลึกเสาเข็ม อยู่กันคนละระดับชั้นดิน การทรุดตัวที่แตกต่างก็ย่อมเกิดขึ้นได้ คล้ายการฉีกแยกระหว่างสิ่งก่อสร้างเดิมกับสิ่งต่อเติมใหม่อย่างแน่นอน ดังนั้น หลักสำคัญยิ่งกว่าเรื่องเสาเข็ม นั่นคือ ควรแยกโครงสร้างของทั้ง 2 ไม่ให้ติดกัน จะทำให้ไม่เกิดการดึงกัน แล้วสร้างความเสียหายต่อตัวอาคารในขณะเกิดการทรุดตัว และเมื่อแยกสร้างสิ่งต่อเติมอย่างเป็นอิสระต่อตัวสิ่งก่อสร้างเดิมแล้ว สามารถปิดตกแต่งรอยต่อที่เกิดขึ้นไว้ได้ด้วยวัสดุที่ยืดหยุ่นสูง และกันน้ำรั่วซึม ซึ่งส่วนนี้สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อแนะนำเพิ่มเติมได้

Share your thoughts